testSelect * from tb_books where book_status='1' order by book_year desc,book_month desc

CANTON GLE 476

CANTON GLE 476

ผู้ทดสอบ :ภมรเดช หัสเนตร
aompamondej@gmail.com
aompamondej.wordpress.com

ลำโพงของคนชอบ“เสียงเบส” ปลดปล่อย และ ชี้ชัด ในแบบฉบับ เยอรมัน

     “ความถี่ต่ำ Audio Frequency ตั้งแต่ 50Hz ลงไปจนถึง 20Hz ซึ่งเป็นย่านเสียงต่ำตอนต้นจนถึงเสียงต่ำตอนล่างสุดที่หูมนุษย์จับทิศทางได้นั้น มีความสำคัญต่อการออกแบบลำโพงอย่างยิ่ง โดยเฉพาะลำโพงตั้งพื้นที่สามารถถ่ายทอดความถี่ต่ำในปริมาณมาก หรือเรียกตามชาวบ้านเข้าใจคือ “ให้เสียงทุ้มลงลึก”       ลำโพงแบบนี้สมควรเบ่งความถี่ต่ำตั้งแต่50Hz ไปถึง 20Hz ได้ทุกคู่หรือเปล่า ทั้งที่ความจริงแล้ว คงไม่มีลำโพงตั้งพื้นคู่ใดเปล่งเสียงทุ้มลึกระดับ 20Hz ได้ ยกเว้นซับวูฟเฟอร์ เสียงทุ้มลงลึกจนถึงลึกสุดๆ ที่หูเราไม่ได้ยินจึงไม่ต่างอะไรกับเสียงสวรรค์ที่ท้าทายผู้ผลิตลำโพงและคนฟัง


     ผู้ผลิตลำโพงระดับมืออาชีพที่คร่ำหวอดทำลำโพงตั้งพื้นมานานและหลากรุ่น
     เขาเข้าใจเรื่องพรรค์นี้เป็นอย่างดีเรื่องของเรื่องคือว่า เสียงเครื่องดนตรีที่เราฟังจากชุดเครื่องเสียงโดยเทียบเคียงกับเสียงเครื่องดนตรีจริง ทั้งฟังจากแผ่นซอฟต์แวร์และไฟล์ดิจิทัลนั้นมักเบ่งความถี่เสียงต่ำไม่เกิน 35Hz (ยกเว้นเครื่องดนตรีบางชิ้นอาทิ ออร์แกนท่อ หรือการบันทึกเสียงบางแบบที่เก็บเกี่ยวความถี่ต่ำกว่านี้)
เสียงต่ำลึกหรือทุ้มกว่านี้ไม่ส่งผลต่อการได้ยินของพวกเราบางคน บางคนรับรู้ได้จากความรู้สึกทางผิวหนัง บางคนได้ยินแต่บอกทิศทางไม่ได้ ขณะที่บางคนบอกว่ามันคลุมเครือเหลือเกิน


     ที่เป็นเช่นนี้เพราะ “เสียงทุ้มมีความถี่น้อย” ทุ้มมากหรือลงต่ำลึกๆจึงมีความถี่น้อยมากตามไปด้วย ประสาทหูจึงจับทิศทางการสั่นพ้องของคลื่นในอากาศได้ชัดไม่เท่ากับเสียงแหลม (เสียงแหลมมีความถี่มากประสาทหูจับต้องง่ายกว่า)เหตุนี้ การเสพฟังดนตรีในย่านความถี่ต่างๆ ให้ครบถ้วนจึงไม่อาจนำไปเปรียบเทียบกับการชมภาพยนตร์ได้ เพราะความถี่ต่ำในแผ่นเพลงหรือไฟล์เพลงมี “ความถี่มูลฐาน” (ความถี่ต่ำสุดที่เกิดขึ้นหนึ่งเสียง) ของเสียงต้นกำเนิดไม่เหมือนความถี่ต่ำในแผ่นหรือไฟล์ภาพยนตร ์ แม้ว่าจะวัดค่าเป็นตัวเลขความถี่ที่เหมือนกันก็ตาม ความถี่ต่ำกว่า 35Hz ในภาพยนตร์ถูกสร้างง่ายกว่าในเพลง และเราก็ชอบฟังจนคิดว่านั่นคือความถี่ต่ำที่สมบูรณ์แบบ ลำโพงคู่ไหนเปล่งเสียงต่ำและต่ำลึกไม่ดีพอจึงถูกมองข้าม บางทีมันก็ไม่ยุติธรรมซะเท่าไร                                                                                                

      การออกแบบลำโพงมีแนวคิดและเทคนิคผลิตไม่ตายตัวครับ ใช้พื้นฐานคำนวณส่วนประกอบต่างๆ คล้ายกัน จุดต่างอยู่ตรง “วิธีผลิตที่เป็นโนว์ฮาวของแต่ละแบรนด์และขั้นตอนจูนเสียง” ผู้ผลิตหลายเจ้าจึงคิดรวบทำลำโพงฟังเพลงและชมภาพยนตร ์ ขณะที่บางแบรนด์เน้นลำโพงฟังเพลงอย่างเดียว ผู้ผลิตที่มีฝีมือมักคำนึงถึงการถ่ายทอด“ฮาร์มอนิก” แม้ว่าเสียงต่ำมีความถี่น้อยและจับทิศทางยากก็ตาม แต่มันก็เป็นฐานเสียงที่หนุนส่งเสียงย่านอื่นให้ลอยเด่นเป็นสง่านั่นเองถ้าให้เลือกฟังดนตรีจากลำโพงที่เน้นฟังเพลงอย่างเดียวกับลำโพงเน้นฟังเพลง+ดูหนัง คุณจะเลือกแบบไหนครับ
 

องุ่นที่ไม่เคยเปรี้ยว
     วิทยาศาสตร์ระบุย่านความถี่ที่เราได้ยินว่าอยู่ราว 20 - 20,000Hzการได้ยินเสียงความถี่สูงและต่ำมากๆ จะลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น ผู้ผลิตจึงค้นคิดวิธีเพื่อให้ไดรเวอร์ เน็ตเวิร์ก และตู้ทำงานประสานกันจนรายงานความถี่เสียงดนตรีครบถ้วนให้คนฟังอายุน้อยและมากรับรู้ มีลำโพงจำนวนมากให้ “ทุ้มไม่ถึงเป้า” จึงไม่ต่างจาก “องุ่นเปรี้ยว” ไม่มีใครอยากเคี้ยวกลืน


     ผมเคยเคี้ยวองุ่นเปรี้ยวจนคิดว่า “สู้พวกวางขาตั้งที่ออกแบบดีๆไม่ได้” นักเล่นฯ ส่วนใหญ่อัพเกรดจากลำโพงวางขาตั้งเป็นตั้งพื้น เพราะล้วนต้องการเสียงต่ำที่เพิ่มขึ้นในแง่ปริมาณและคุณภาพ ผมก็ชอบเสียงต่ำเช่นกันครับ

โครงสร้าง ขนาดตู้ ไดรเวอร์ และครอสโอเวอร์เน็ตเวิร์กส่งผลต่อความถี่เสียง โดยเฉพาะความถี่ต่ำ ลำโพงตู้ใหญ่ยาวจึงมีภาษีกว่าตู้เล็กสั้นผู้ผลิตต้องคำนวณสัดส่วนตู้ทั้งสามมิติ (กxยxส) ให้ลงตัว เพื่อสร้างปริมาตรความจุอากาศภายในให้เพียงพอต่อการกำเนิดและกักเก็บความถี่เสียงก่อนปล่อยสู่อากาศภายนอกทางท่อระบาย ตำแหน่งท่อหรือ “พอร์ต”ส่งผลต่อการเกิดและเก็บความถี่ ลำโพงตู้เปิดจำต้องมีพอร์ตหน้าหรือหลังตู้ เพื่อสะท้อนเสียงเบส ตำแหน่งพอร์ตจึงไม่ตายตัว สุดแต่ใครคิดค้นวิธีรีดลมและเลี้ยงลมนั่นเอง
Canton เข้าใจเรื่องพรรค์นี้ดี เพราะทำลำโพงมานานจนปาเข้าปีที่40ทีเด็ดของเขาไม่ซับซ้อนเห็นแล้วเข้าใจทันทีครับ

ขาว อวบ กำลังดี
     Canton ทำลำโพงมาแล้วไม่ต่ำกว่า 500 รุ่นแนวคิดลา่ สุดคือ “Colors of Sound” หากคณุได้ฟัง Canton ไม่ว่ารุ่นใด สิ่งที่ได้รับคือความหลากหลายของเสียงดนตรีในทุกแนวเพลงที่ช่วยให้การฟังมีอรรถรส ผู้ผลิตที่มีประวัติยาวนาน เขาคิดลึกซึ้งแบบนี้แหละ มันตรงใจผมซะจริงๆ

     ลำโพงที่วางจำหน่ายในปัจจุบันมี 5 ซีรีส์ได้แก่ Reference/Hifi/Home Cinema/Pro House และ Flexidelity GLE 476 ตัวขาวจั๊วะที่ผมได้มาทดสอบจากอินเวนทีฟ เอวี จัดอยู่ใน Hifi Series ซีรีส์ใหญ่อันดับสองของ Canton มีรุ่นเรียงรายมากถึง 12 รุ่นคือ Vento/Chrono SLS/Chrono SL/Chrono/
Ergo/GLE/CD/Subwoofer/OnWall-Plus/AM5/Atelier/Accessories


     GLE Series มี 8 รุ่นคือ 496/476/456Center/436/426/417 OnWall/416 OnWallและ Sub 8.2 ลำโพงรุ่นนี้ขายดิบขายดีจนติดอันดับในยุโรป เนื่องจากมีจุดเด่นหลายอย่าง 476 เป็นรุ่นรองจาก 496 (496 มี 4 ไดรเวอร์ : วูฟเฟอร์ 2 /มดิ เรน้ จ  1 / ทวีตเตอร  1) หลงั จากแกะกลอ่ งแลว้ลูบคลำ 476 จากแผงหน้าไปจรดแผงหลัง พบว่ามีเหลี่ยมสันแบนแต่ไม่บางสมชื่อ Slender Baffleเมื่อใช้อุ้งมือทุบ ไม่มีเสียงก้อง แต่ผมเจ็บมือของเขาแกร่งจริงครับ!!
 

     ผมรันอินไดรเวอร์และตู้ด้วยพ็อพแจ๊สกลิ่นบลูส์เป็นชุดรวมเพลงของป๋า Eric Clapton มี Tears InHeaven, Layla, Change The World, WonderfulTonight เป็นอาทิ เสียงกีตาร์ของ Eric ในเพลง Laylaเวอร์ชั่นอันปลั๊กมีตัวตน เสียงร้องลอยเด่น ปลายเสียงS CH มีประกายสด ทอดตัวละมุนละไม คลอด้วยฐานเสียงต่ำจากเบสริทึ่มและคิกดรัม ได้ฟีลลิ่งน่าฟังนี่ขนาดยังไม่พ้นรันอินนะ เมื่อฟังไปสักพัก มือผมจับตู้ด้านข้างและขยับตำแหน่งพร้อมสำรวจทุกองคาพยพ “476 เป็นลำโพงตั้งพื้นหนัก 15 โลเศษที่เล่นง่ายแฮะ” ด้านล่างตู้ติดตัวรองหน้าตาเหมือนตัวรองซีดีเพลเยอร ์ เป็นพลาสติกทรงกลมติดยางด้านล่าง จากการคะเน ลำโพงรุ่นนี้น่าจะไม่ถูกกับเดือยแหลม ผู้ผลิตคงไม่ชอบแนวเสียงที่จิกหัวโน้ตและไล่หางโน้ตของเดือยแหลมตอนจิกพื้นเป็นแน่ผมถือว่าเป็นเทคนิคจูนเสียงต่ำที่เวิร์ค อย่างน้อยก็เบาแรงตอนเซ็ตอัพงานนี้ต้องเก็บถ้วยรองทองเหลืองเข้ากรุเพราะไม่ต้องใช้ครับ

4....8 โอห์ม
     476 เบ่งความถี่ต่ำได้ถึง 25Hz ประมาณการว่าเป็นย่านต่ำที่โอบอุ้มย่านกลางไว้เกือบเต็มแม็กซ์เสียงทุ้มจึงน่าจะมีมวลเข้ม ส่งผลให้เสียงกลางอิ่มแน่นความจริงที่ผมได้ยินเป็นเช่นนั้นครับ เสียงต่ำและเสียงกลางต่ำจากแกรนด์เปียโน ดับเบิ้ลเบส ไฮแฮทเพลง Peel Me A Grape, Firm Farm Sauce, Fly Me To The Moon ในแผ่น The Very Best of Diana Krall คือตัวอย่างที่ใช้ยืนยันความไพเราะน่าฟังที่ 476 ถ่ายทอดออกมาอย่างละเอียดลออเปน็ อยา่ งดี อานสิ งสข์ องอมิ พแี ดนซท์ ีไ่ มชี่ช้ ดั ทำให้476 จับคู่แอมป์ได้หลากหลายทั้งโซลิดสเตทและหลอด(แม้แต่เอวีรีซีฟเวอร์เซอร์ราวด์) การเร่งโวลุ่มแอมป์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามกำลังขับที่เพิ่มขึ้นของแอมป์ในโหมด 4 หรือ 8 โอห์ม จึงไม่ก่ออาการเสียงแตกหรือพรวดพราดดัง หากทำให้เสียงของ 476 นิ่งและมีทรวดทรงสัณฐานชัดเข้มยิ่งขึ้น ตัวเลขความไว 89.5 ดีบีจึงไม่ค่อยก่อปัญหาขับยาก ผมชอบฟังดัง สักนิด มันให้เวทีเสียงโอ่อ่ากว้างไกลสมจริง จนลืมเลข 89.5 ไปเลย
 

     “ผมชอบเสียงกลางที่มีประกายและขึ้นขอบนิดๆ” บ่งบอกความตั้งใจของคนร้องและคนเล่นหัวทุ้มที่เชื่อมต่อกับเสียงกลางอย่างแนบเนียนเสมือนว่ามิดเร้นจ์เปล่งเสียงต่ำได้ ต่อเนื่องกับ“เสียงต่ำที่มีเนื้อหนัง มีหัวโน้ตคมคาย” (ไม่คมแข็ง)และ “เสียงสูงที่ไม่คมหรือแบน แต่กระจายตัวจนเกิดเป็นตำแหน่งเสียงที่จับต้องได้” เป็นน้ำเสียงที่น่าฟัง เหมาะกับดนตรีแจ๊ส บอสซาโนวา และกีตาร์อะคูสติกเป็นพิเศษ


     จุดตัดแบ่งความถี่มี 2 จุดคือ 300 กับ 3,200Hz แบ่งหน้าที่การทำงานให้ทวีตเตอร์โดมผ้าเปล่งเสียงตั้งแต่ 3,200Hz ขึ้นไปจนถึงย่านสูงสุดคือ 30kHz ย่านความถี่ต่ำกว่าลงมาจนถึง 300Hzเป็นหน้าที่ของมิดเร้นจ์ 6 นิ้ว ส่วนย่านต่ำกว่า 300Hzลงไปจนถึง 25Hz ซึ่งเป็นย่านต่ำสุดที่ลำโพงทำได้เป็นเนื้องานของวูฟเฟอร์  6 นิ้ว (มิดเร้นจ์และวูฟเฟอร์มีขนาดเท่ากัน แต่ทำงานคนละย่านความถี่ใช้ไดอะแฟรมอะลูมิเนียมไร้เฟสปลั๊ก+ขอบล้อมรูปทรงคล้ายคลื่น)


     476 ค่อนข้างฟ้องแหล่งโปรแกรมต้นทางตั้งแต่เพลเยอร์ตัวแรกจนถึงสายสัญญาณ สายลำโพงสายเอซี เมือ่ เปลีย่ นใชเ้ สน้ ใหม  476 กต็ แี ผน่ ำ้ เสยี งอันเป็นลักษณะเฉพาะของสายแต่ละเส้นผมได้ยินทุกครั้ง มันแยกแยะเสียงสายสัญญาณและสายลำโพงVanDamm : Blue Series, Anti-Cables : Level2.2 และ MIT : Styleline SL8/SL9 เมื่อผมใช้งานร่วมกับ Arcam : A49 อินทิเกรตแอมป์คลาส G+ เอสเอซดี เี พลเยอร  Marantz : SA11SI สลบั กบั ชดุ อนิ ทเิ กรตแอมป SymphonicLines : RG6 MK4+ซีดีเพลเยอร์ YBA : Passion ผมชอบฟังเพลงหลายแนว โดยไม่แบ่งค่าย แผ่นหรือไฟล์เพลงจึงมีปนกันทั้งบันทึก-เสียงดีและไม่ดี ความแตกต่างของการบันทึกเสียงช่วยให้ผมตัดสินลำโพงแต่ละคู่ที่ทดสอบได้ตรงเป้า กรณีที่คุณไมห่ วิ เบส แตอ่ ยากไดเ้ สยี งเบลสทีม่ คี ณุ ภาพ มไี ดนามกิ ทรานเชีย้ นส ์ และหวั โนต้นา่ ฟงั ไมช่ อบแหลมจดั อยากไดย้ นิ เสยี งกลางกงั วานเปน็ ธรรมชาติ การฟงั 476 ด้วยโวลุ่มไม่ดัง+เซ็ตลำโพงใกล้ผนังห้อง+ใช้แอมป์กำลังสำรองล้นๆ ช่วยสำแดงผลให้เห็นว่านี่คือลำโพงที่มีพื้นเสียงกลมกล่อม+กระจ่าง+กระจายเวทีกำลังดีคู่หนึ่งในท้องตลาดขณะนี้ที่ผมอยากให้คุณไปลองฟัง

เซ็ตง่าย ฟังเพลิน
ช่วงรันอิน ชม. แรกจนถึง ชม. ที่ 30 ผมวาง 476 ห่างกันราว 200 ซม.ลำโพงด้านซ้ายและขวาห่าง 196 ซม. ตำแหน่งนั่งฟังห่างจากจุดกึ่งกลางลำโพงออกมาราว 200 ซม. เป็นการทดลองฟังโดยอาศัยเทคนิคเซ็ตอัพ Nearfieldเป็นหลัก เนื่องจากวิธีนี้ช่วยให้เสียงที่เปล่งจากแผงหน้าลำโพงไม่โดนรบกวนด้วยเสียงสะท้อนจากผนังด้านข้าง ตอนแรกผมวางแผงหน้าลำโพงตรง แล้วเอียงแผงหน้าเข้าหาจุดนั่งฟังทีละนิด (โท-อิน) มุมตกกระทบตัดกันของคลื่นเสียงจากลำโพงด้านซ้ายและขวามีผลต่อความชัดเข้มของเสียงตรงกลางลำโพงและมิติด้านข้างอันเป็นเสียงบรรยากาศของการบันทึกเสียงเมื่อพ้นชม. ที่ 250 จุดตั้งวางของ GLE476 ที่ลงตัวในห้อง SoundScan คือลำโพงซ้ายขวาห่างกัน 192 ซม. (วัดจากจุดกึ่งกลางแผงหน้าลำโพง) ลำโพงห่างจากผนังหลัง 163 ซม. (ขยับร่นเข้าจากตอนแรกที่วางในตำแหน่ง 200 ซม. ทีละ 2 ซม.)วางห่างผนังด้านข้าง 138 ซม. และห่างจากจุดนั่งฟัง 240 ซม.


ตัวจริง เสียงโดน
หากเราเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ หันมาจับต้องลำโพงตั้งพื้นด้วยมุมมองใหม่ เราอาจไม่พลาดลำโพงเสียงดีตามอุดมคติ (ไม่พลาดการเป็นเจ้าของและไมพ่ ลาดทา่ ตอนเซ็ตอัพ) เหมือนกรณีนี้ที่ผมไม่พลาดเป้า “คลำเจอตัวจริงเสียงจริง” ของ GLE 476วิธีเสพสุขจากลำโพงตั้งพื้นรุ่นนี้มีหลายทาง หนึ่งในนั้นคือ “วางห่างผนังหลังเกิน 2 ม.” โดยไม่ต้องกางลำโพงซ้ายขวาเกินไป เน้นเวทีด้านลึกให้ช่วยถ่างขยายชิ้นดนตรีให้มากที่สุด เสียงต่ำของ GLE476 กระจ่าง มีเรี่ยวแรง เป็นจริงเป็นจังทอดตัวและโรลออฟจนผมไม่รู้สึกถึงความห้วนหรือหึ่งแต่อย่างใด มันกลมกลืนต่อเนื่องกับเสียงกลาง (เป็นความเนียนแบบไร้รอยขยักจากการออกแบบเน็ตเวิร์ค
อันนี้ขอชมเชยผู้ออกแบบ ผมชอบเวทีเสียงที่แผ่ตัว เสียงกลางโชว์มิติและโฟกัสและเสียงแหลมที่บอกตัวตนเป็นสามมิติของมันเป็นลำโพงที่เซ็ตสนุก เสียงดี ฟังสบาย ไม่อึดอัดขัดเคืองจริงๆ. ADP



Counter : Flag Counter